Router กับ Firewall ต่างกันอย่างไร? จำเป็นต้องมีทั้งสองอุปกรณ์หรือไม่ในระบบเครือข่ายองค์กร

Router กับ Firewall ต่างกันอย่างไร? จำเป็นต้องมีทั้งสองอุปกรณ์หรือไม่ในระบบเครือข่ายองค์กร

เผยแพร่: 25 พ.ค. 2569 โดย: รุ่งเรือง หวนระลึก

Router กับ Firewall ต่างกันอย่างไร? จำเป็นต้องมีทั้งสองอุปกรณ์หรือไม่ในระบบเครือข่ายองค์กร

 

Router และ Firewall คืออะไร?

     ในระบบ Network Infrastructure ยุคใหม่ หลายคนมักเข้าใจว่า Router และ Firewall คืออุปกรณ์ชนิดเดียวกัน เพราะทั้งสองมักถูกติดตั้งอยู่บริเวณ Internet Gateway ขององค์กร และในบางกรณียังถูกรวมฟังก์ชันไว้ในอุปกรณ์เดียวกันอีกด้วย แต่ในความเป็นจริงแล้ว Router และ Firewall มีหน้าที่หลักที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน แม้ว่าจะทำงานร่วมกันภายในระบบเครือข่ายเดียวกันก็ตาม

     Router มีหน้าที่หลักในการเชื่อมต่อเครือข่ายหลายวงเข้าด้วยกัน และบริหารเส้นทางการรับ–ส่งข้อมูลระหว่างเครือข่าย เช่น การเชื่อมต่อระบบ LAN ออกสู่อินเทอร์เน็ต การเชื่อมต่อสำนักงานใหญ่กับสาขา หรือการเชื่อมต่อระบบ Cloud และ Data Center ขณะที่ Firewall จะเน้นเรื่องความปลอดภัยของเครือข่าย โดยทำหน้าที่ตรวจสอบ ควบคุม และกรองข้อมูลที่วิ่งเข้า–ออกระบบ เพื่อป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์และการเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต

     กล่าวง่าย ๆ คือ Router มีหน้าที่ช่วยให้องค์กร “เชื่อมต่อกับโลกภายนอก” ส่วน Firewall มีหน้าที่ “ปกป้ององค์กรจากความเสี่ยงของโลกภายนอก” ดังนั้นทั้งสองระบบจึงมีบทบาทที่แตกต่างกัน แต่ต้องทำงานร่วมกันเพื่อให้ระบบเครือข่ายขององค์กรมีทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัย

 

Router คืออะไร และทำหน้าที่อะไร?

     Router คืออุปกรณ์เครือข่ายที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อเครือข่ายหลายวงเข้าด้วยกัน และควบคุมเส้นทางการรับ–ส่งข้อมูลระหว่างเครือข่ายต่าง ๆ เช่น การเชื่อมต่อเครือข่ายภายในองค์กรออกสู่อินเทอร์เน็ต หรือการเชื่อมต่อระหว่างสำนักงานใหญ่กับสาขา

     หน้าที่หลักของ Router คือการทำ Routing หรือการเลือกเส้นทางของข้อมูล โดย Router จะวิเคราะห์ต้นทางและปลายทางของข้อมูลผ่านระบบ IP Address และ Routing Table จากนั้นจึงเลือกเส้นทางที่เหมาะสมที่สุดในการส่งข้อมูลไปยังปลายทางได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ

     นอกจากการทำ Routing แล้ว Router ยุคใหม่ยังรองรับความสามารถเพิ่มเติม เช่น Internet Gateway, NAT (แชร์อินเทอร์เน็ต), VPN, QoS, Load Balancing, SD-WAN และ WAN Connectivity เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถบริหารการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและเครือข่ายระหว่างสาขาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

     ในองค์กรยุคดิจิทัล Router จึงถือเป็น “หัวใจของการเชื่อมต่อเครือข่าย” เพราะข้อมูลทั้งหมดที่เข้า–ออกองค์กร ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเว็บไซต์ การใช้งาน Cloud Application การประชุมออนไลน์ หรือการเชื่อมต่อระบบสำนักงานใหญ่กับสาขา ล้วนต้องผ่าน Router ก่อนเสมอ

 

Firewall คืออะไร และทำหน้าที่อะไร?

     Firewall คือระบบรักษาความปลอดภัยของเครือข่าย ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ ควบคุม และกรองข้อมูลระหว่างเครือข่ายภายในองค์กรกับเครือข่ายภายนอก เช่น อินเทอร์เน็ต โดย Firewall จะทำหน้าที่เปรียบเสมือน “ด่านรักษาความปลอดภัยของระบบเครือข่าย” ที่ช่วยป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ก่อนที่ข้อมูลจะเข้าสู่ระบบภายในองค์กร

     Firewall สามารถช่วยป้องกันภัยคุกคามต่าง ๆ เช่น Hacker, Malware, Ransomware, Unauthorized Access, Botnet, Intrusion Attempt และ Web Attack ผ่านระบบ Security Policy และการวิเคราะห์ Traffic ของเครือข่าย

Firewall ยุคใหม่ยังสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ลึกถึงระดับ Application ผ่านเทคโนโลยี เช่น:

  • Deep Packet Inspection (DPI)
  • Intrusion Prevention System (IPS)
  • Application Control
  • SSL Inspection
  • Threat Intelligence
  • AI Cybersecurity

ทำให้สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมที่ผิดปกติและตอบสนองต่อภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

     ในองค์กรยุค Cloud และ Hybrid Work Firewall จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญของระบบ Cybersecurity และระบบ Cloud Security เพราะข้อมูลสำคัญขององค์กรต้องรับ–ส่งผ่านอินเทอร์เน็ตอยู่ตลอดเวลา

 

Router กับ Firewall แตกต่างกันอย่างไร?

     แม้ Router และ Firewall จะติดตั้งอยู่ใกล้กันภายในระบบเครือข่าย แต่ทั้งสองอุปกรณ์มีบทบาทแตกต่างกันอย่างชัดเจน

     Router จะเน้นเรื่อง “การเชื่อมต่อเครือข่าย” และ “การรับ–ส่งข้อมูล” ระหว่างระบบต่าง ๆ เช่น การเชื่อมต่อ LAN ออกสู่อินเทอร์เน็ต การเชื่อมต่อสำนักงานใหญ่กับสาขา หรือการเชื่อมต่อ Cloud Service โดย Router มีหน้าที่เลือกเส้นทางของข้อมูลให้เดินทางไปยังปลายทางได้อย่างเหมาะสมที่สุด

     ขณะที่ Firewall จะเน้นเรื่อง “ความปลอดภัยของข้อมูล” โดยทำหน้าที่ตรวจสอบ วิเคราะห์ และกรองข้อมูลก่อนอนุญาตให้ผ่านเข้า–ออกเครือข่าย เพื่อป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์และควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงระบบ

     หากเปรียบเทียบให้เข้าใจง่าย Router เปรียบเสมือน “ระบบถนนและระบบนำทางของข้อมูล” ส่วน Firewall เปรียบเสมือน “ด่านตรวจความปลอดภัย” ที่คอยตรวจสอบทุกการเชื่อมต่อก่อนเข้าสู่เครือข่ายองค์กร

ดังนั้น แม้ทั้งสองระบบจะทำงานร่วมกัน แต่หน้าที่หลักของ Router และ Firewall แตกต่างกันอย่างชัดเจน

 

จำเป็นต้องมีทั้ง Router และ Firewall หรือไม่?

     สำหรับองค์กรยุคใหม่ คำตอบคือ “ควรมีทั้ง Router และ Firewall” เพราะทั้งสองระบบมีบทบาทที่แตกต่างกันและเสริมการทำงานซึ่งกันและกัน

     หากองค์กรมีเพียง Router แม้จะสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและบริหารเส้นทางของข้อมูลได้ แต่ระบบเครือข่ายอาจไม่มีการป้องกันภัยคุกคามที่เพียงพอ ทำให้เสี่ยงต่อการถูกโจมตีจาก Hacker, Malware หรือ Ransomware

     ในทางกลับกัน หากมี Firewall แต่ไม่มี Router ระบบอาจไม่สามารถบริหารเส้นทางของข้อมูล การเชื่อมต่อหลายเครือข่าย หรือระบบ WAN ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

     ดังนั้น ในระบบเครือข่ายองค์กรทั่วไป Router และ Firewall จึงมักทำงานร่วมกัน โดย Router ดูแลเรื่อง Connectivity และ Routing ขณะที่ Firewall ดูแลเรื่อง Security และ Access Control เพื่อให้ระบบเครือข่ายสามารถทำงานได้อย่างเสถียร ปลอดภัย และรองรับการเติบโตของธุรกิจ

 

ปัจจุบัน Router และ Firewall ถูกรวมอยู่ในอุปกรณ์เดียวกันหรือไม่?

     ปัจจุบันอุปกรณ์หลายรุ่น โดยเฉพาะสำหรับ SME และองค์กรขนาดกลาง มักรวมความสามารถของ Router และ Firewall ไว้ในอุปกรณ์เดียว เช่น:

  • UTM Firewall
  • Next-Generation Firewall (NGFW)
  • SD-WAN Appliance
  • Secure Gateway

     อุปกรณ์เหล่านี้สามารถทำได้ทั้ง Routing, Internet Gateway, VPN, Firewall, IPS, Load Balancing และ Application Control ทำให้องค์กรสามารถบริหารทั้งระบบ Network และ Security ได้สะดวกมากขึ้น

     อย่างไรก็ตาม สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ Data Center หรือระบบที่มี Traffic สูง มักแยก Router และ Firewall ออกจากกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความเสถียร และความยืดหยุ่นในการบริหารระบบ

 

Router และ Firewall สำคัญกับธุรกิจประเภทใด?

     Router และ Firewall มีความสำคัญกับแทบทุกองค์กรที่ใช้งานอินเทอร์เน็ตและระบบเครือข่าย เช่น โรงแรม โรงพยาบาล โรงงานอุตสาหกรรม Retail Chain Smart Building มหาวิทยาลัย Co-working Space และ Data Center

     ตัวอย่างเช่น โรงแรมที่มีระบบ Guest Wi-Fi, Hotel IPTV, PMS, CCTV และ Cloud System จำเป็นต้องมีทั้ง Router และ Firewall เพื่อให้ระบบสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้อย่างเสถียร พร้อมป้องกันภัยคุกคามจากผู้ใช้งานภายนอก

     ขณะที่โรงงานอุตสาหกรรมและ Smart Factory ก็ต้องพึ่งพา Router และ Firewall เพื่อเชื่อมต่อระบบ Automation และ Industrial IoT อย่างปลอดภัยในยุค Industry 4.0

 

Router และ Firewall กับ SD-WAN และ Cloud Security

ปัจจุบันระบบเครือข่ายองค์กรกำลังเปลี่ยนไปสู่ยุคเหล่านี้มากขึ้น:

  • Software-Defined Wide Area Network (SD-WAN) คือระบบบริหารเครือข่าย WAN อัจฉริยะ ที่ช่วยเลือกเส้นทางอินเทอร์เน็ตและ Cloud แบบอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มความเสถียรของเครือข่ายหลายสาขา
  • Cloud Security คือระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับ Cloud และข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต เพื่อป้องกันการโจมตีและข้อมูลรั่วไหล
  • Secure Access Service Edge (SASE) คือการรวมระบบ Network และ Cybersecurity บน Cloud เพื่อให้เชื่อมต่อองค์กรได้อย่างปลอดภัยจากทุกที่
  • Zero Trust Security Model (Zero Trust) คือแนวคิดด้าน Security ที่ตรวจสอบทุกการเข้าถึงระบบเสมอ โดยไม่เชื่อถือผู้ใช้งานหรืออุปกรณ์โดยอัตโนมัติ
  • Hybrid Work คือรูปแบบการทำงานที่ผสมระหว่างทำงานที่สำนักงานและทำงานจากที่บ้านหรือจากระยะไกล
  • Multi-Cloud คือการใช้งาน Cloud หลายผู้ให้บริการร่วมกัน เช่น AWS, Azure และ Google Cloud เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบองค์กร

     ทำให้ Router และ Firewall ยุคใหม่เริ่มทำงานร่วมกับระบบ Cloud Management และ AI Cybersecurity มากขึ้น เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถบริหารทั้งระบบ Network และ Security ได้จากศูนย์กลาง พร้อมรองรับการใช้งาน Cloud Application และการเชื่อมต่อหลายสาขาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

     ในอนาคต Router และ Firewall จะไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์เครือข่ายแบบเดิมอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นส่วนสำคัญของระบบ Cloud Networking และ Cybersecurity Platform สำหรับองค์กรยุคดิจิทัล

 

สรุป

     โดยสรุป Router และ Firewall แม้จะทำงานอยู่ในระบบเครือข่ายเหมือนกัน แต่มีหน้าที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดย Router มีหน้าที่เชื่อมต่อและบริหารเส้นทางของข้อมูลระหว่างเครือข่าย ส่วน Firewall มีหน้าที่ตรวจสอบและป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของระบบเครือข่ายองค์กร ดังนั้นองค์กรยุคใหม่จึงควรมีทั้ง Router และ Firewall เพื่อให้ระบบ Network Infrastructure สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสถียร ปลอดภัย และรองรับการเติบโตของธุรกิจดิจิทัลในอนาคตได้อย่างยั่งยืน

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้