Multi-Band Amplifier คือเครื่องขยายสัญญาณ RF ที่รองรับหลายย่านความถี่ในอุปกรณ์ตัวเดียว เช่น VHF, UHF และ IF Satellite ทำให้สามารถขยายทั้งสัญญาณทีวีดิจิทัลภาคพื้นดิน (DVB-T/T2) และสัญญาณดาวเทียม (DVB-S/S2) พร้อมกันได้ เหมาะสำหรับระบบ MATV และ SMATV ที่ต้องการรวมหลายแหล่งสัญญาณเข้าสู่ระบบเดียวก่อนกระจายไปยังห้องพักหรือจุดรับชมต่าง ๆ ภายในอาคาร
TV & Satellite Splitter คืออุปกรณ์สำหรับแบ่งสัญญาณ RF (Radio Frequency) ในระบบ MATV, SMATV และ CATV โดยทำหน้าที่แบ่งสัญญาณทีวีจากสาย Coaxial Cable 1 เส้น ออกไปยังหลาย Output เพื่อกระจายสัญญาณไปยังทีวีหลายเครื่องหรือหลายห้องพร้อมกัน
ในระบบ MATV, SMATV และ CATV นอกจากเสาอากาศ จานดาวเทียม Headend และ RF Amplifier แล้ว ยังมีอุปกรณ์อีกประเภทหนึ่งที่มีความสำคัญมากต่อคุณภาพของระบบ นั่นคือ Splitter และ Tap-Off ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำหรับ แบ่งสัญญาณ RF ไปยังห้องพักหรือจุดรับชมทีวีต่าง ๆ ภายในอาคาร
ในระบบ MATV, SMATV และ CATV นอกจากเสาอากาศ จานดาวเทียม Headend และ RF Amplifier แล้ว ยังมีอุปกรณ์อีกประเภทหนึ่งที่มีความสำคัญมากต่อคุณภาพของระบบ นั่นคือ Splitter และ Tap-Off ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำหรับ แบ่งสัญญาณ RF ไปยังห้องพักหรือจุดรับชมทีวีต่าง ๆ ภายในอาคาร
เวลาพูดถึงระบบ MATV, SMATV หรือ CATV หลายคนมักเคยได้ยินคำว่า Booster และ Amplifier ถูกใช้สลับกันอยู่เสมอ บางคนเรียกเครื่องขยายสัญญาณทีวีว่า Booster ขณะที่บางคนเรียกว่า RF Amplifier หรือ Line Amplifier จนทำให้หลายคนสงสัยว่า จริง ๆ แล้วอุปกรณ์เหล่านี้เหมือนกันหรือแตกต่างกันอย่างไร และควรเลือกใช้งานแบบไหนจึงจะเหมาะกับระบบทีวีรวมศูนย์ของอาคาร
Main Distribution System หรือระบบกระจายสัญญาณหลัก คือโครงสร้างพื้นฐานที่ทำหน้าที่ส่งสัญญาณจาก Headend ไปยังห้องพักหรือจุดรับชมต่าง ๆ ภายในอาคาร เปรียบเสมือน เส้นเลือด ของระบบทีวีรวมศูนย์ที่ทำหน้าที่ลำเลียงทั้งสัญญาณภาพ เสียง และข้อมูลไปยังผู้ใช้งานปลายทาง
หลายคนที่ทำธุรกิจโรงแรม โรงพยาบาล คอนโด หรืออาคารสำนักงาน อาจเคยได้ยินคำว่า DVB-T2, DVB-S2 หรือ DVB-C ผ่านอุปกรณ์ทีวี กล่องรับสัญญาณ หรือระบบ Headend แต่ยังไม่เข้าใจว่ามาตรฐานเหล่านี้แตกต่างกันอย่างไร และเกี่ยวข้องกับระบบ MATV, SMATV, CATV และ IPTV อย่างไร
ในอดีต โทรทัศน์ภายในโรงแรม โรงพยาบาล หรือคอนโด อาจมีหน้าที่เพียงเปิดรับชมช่องรายการทีวีทั่วไป แต่ปัจจุบันระบบทีวีได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Digital Infrastructure ของอาคารยุคใหม่ โดยเฉพาะระบบ Hospitality IPTV ที่สามารถเชื่อมโยงทั้ง Live TV, Internet, Video on Demand, ระบบประชาสัมพันธ์ และบริการดิจิทัลต่าง ๆ เข้าด้วยกันบนโครงสร้าง Network Infrastructure เดียว
ในอดีต ระบบทีวีภายในโรงแรม โรงพยาบาล คอนโด หรืออาคารสำนักงาน อาจมีหน้าที่เพียงกระจายสัญญาณโทรทัศน์ให้ผู้ใช้งานรับชมได้เท่านั้น แต่ในปัจจุบัน ระบบ MATV, SMATV, CATV และ IPTV ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Digital Infrastructure ของอาคารยุคใหม่ ที่เชื่อมโยงกับทั้งระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ระบบประชาสัมพันธ์ ระบบ Smart Building รวมถึงการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าและผู้เข้าพัก
ในอดีต การรับชมโทรทัศน์ภายในโรงแรม โรงพยาบาล คอนโด หรืออาคารสำนักงาน มักเป็นเพียงการต่อเสาอากาศหรือจานดาวเทียมเข้ากับโทรทัศน์แต่ละเครื่องแยกจากกัน แต่เมื่ออาคารมีจำนวนห้องมากขึ้น ระบบลักษณะนี้เริ่มเกิดปัญหาทั้งด้านคุณภาพสัญญาณ การบำรุงรักษา ความยุ่งยากในการจัดการ รวมถึงต้นทุนระยะยาว ทำให้เกิดแนวคิด ระบบทีวีรวมศูนย์ หรือ Centralized Television System ขึ้นมา ปัจจุบันระบบ MATV, SMATV, CATV และ IPTV กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของอาคารยุคใหม่ โดยเฉพาะในธุรกิจโรงแรม โรงพยาบาล เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม เพราะระบบเหล่านี้ไม่ได้มีหน้าที่เพียงส่งสัญญาณโทรทัศน์ แต่ยังเกี่ยวข้องกับ Guest Experience, ระบบสื่อสารภายใน, ระบบประชาสัมพันธ์ และ Digital Service Platform ขององค์กรอีกด้วย
หลายคนมักเข้าใจว่า Hard Disk ทุกแบบสามารถนำมาใช้กับระบบกล้องวงจรปิด CCTV ได้เหมือนกัน เพราะภายนอกดูคล้ายกัน ใช้ Interface แบบเดียวกัน และสามารถใส่กับเครื่องบันทึก DVR, NVR หรือ XVR ได้เหมือนกันแต่ในความเป็นจริง ระบบกล้องวงจรปิด CCTV และคอมพิวเตอร์ทั่วไปมี ลักษณะการทำงาน หรือ Workload ที่แตกต่างกันอย่างมาก ทำให้ Hard Disk ที่ถูกออกแบบมาสำหรับคอมพิวเตอร์ทั่วไป อาจไม่เหมาะกับงาน CCTV ที่ต้องทำงานหนักตลอดเวลา
หนึ่งในอุปกรณ์ที่หลายคนมักมองข้ามเวลาเลือกติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด CCTV คือ Hard Disk หรืออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลสำหรับบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิด เพราะหลายคนเข้าใจว่า Hard Disk ทุกแบบสามารถนำมาใช้กับระบบ CCTV ได้เหมือนกัน
ปัจจุบันระบบกล้องวงจรปิด IP Camera ได้รับความนิยมอย่างมากในธุรกิจยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหาร คาเฟ่ โรงงาน โรงพยาบาล อาคารสำนักงาน คลังสินค้า หรือ Smart Building เพราะระบบ IP Camera ให้ภาพคมชัด รองรับ AI และสามารถเชื่อมต่อกับระบบเครือข่าย (Network Infrastructure) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปัจจุบันระบบกล้องวงจรปิด CCTV ไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์สำหรับ บันทึกภาพ เหมือนในอดีต แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบรักษาความปลอดภัย (Security Infrastructure) และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Digital Infrastructure) ของธุรกิจยุคใหม่
ปัจจุบันระบบกล้องวงจรปิด CCTV พัฒนาไปไกลกว่าการ บันทึกภาพทั่วไป มาก ทำให้ในตลาดเริ่มมีกล้องเฉพาะทางหรือกล้องแบบพิเศษ (Special Purpose CCTV Camera) ที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับงานเฉพาะด้านมากขึ้น เช่น งานโรงงานอุตสาหกรรม งาน Smart City งานรักษาความปลอดภัยระดับสูง หรือธุรกิจที่ต้องการระบบ AI วิเคราะห์ข้อมูล
ในอดีต หลายคนมองว่ากล้องวงจรปิด หรือ CCTV (Closed-Circuit Television) เป็นเพียงอุปกรณ์สำหรับบันทึกภาพย้อนหลังเมื่อเกิดเหตุการณ์ผิดปกติ เช่น การโจรกรรม การบุกรุก หรืออุบัติเหตุภายในสถานประกอบการเท่านั้น แต่ในปัจจุบัน เทคโนโลยี CCTV ได้พัฒนาไปไกลกว่านั้นมาก จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของ โครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยและการบริหารจัดการธุรกิจ ขององค์กรยุคใหม่
ปัจจุบันกล้องวงจรปิดแบบ Wi-Fi ที่สามารถใส่เมมโมรี่การ์ด (MicroSD Card) ที่ขายในออนไลน์และดูผ่านมือถือได้ทันที ได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดออนไลน์ เพราะติดตั้งง่าย ราคาไม่สูง และใช้งานสะดวก หลายรุ่นยังมาพร้อมระบบหมุนกล้อง ดูผ่านแอป และรองรับการแจ้งเตือนอัตโนมัติ ทำให้เจ้าของธุรกิจจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามว่า กล้องประเภทนี้สามารถนำมาใช้ในธุรกิจจริงได้หรือไม่?
ในอดีต หลายคนมองว่ากล้องวงจรปิดเป็นเพียง อุปกรณ์บันทึกภาพ สำหรับดูย้อนหลังเมื่อเกิดเหตุการณ์เท่านั้น แต่ในปัจจุบัน ระบบกล้องวงจรปิดได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัย (Security Infrastructure) ที่ช่วยทั้งป้องกันความเสียหาย บริหารจัดการธุรกิจ ลดต้นทุน และสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า พนักงาน และผู้เข้าพักในสถานประกอบการต่าง ๆ
ปัจจุบันธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท และ เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ ไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่องห้องพักหรือทำเลอีกต่อไป แต่แข่งขันกันที่ ประสบการณ์ของผู้เข้าพัก มากขึ้นเรื่อยๆ ลูกค้ายุคใหม่เมื่อเข้าพักหรือใช้บริการแล้วคาดหวังว่า:
Optical splitter คืออุปกรณ์ Passive ในระบบ Fiber Optic ที่ใช้สำหรับแบ่งสัญญาณแสงจาก OLT ไปยังผู้ใช้งานหลายจุดพร้อมกัน โดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้าในการทำงาน จึงช่วยลดจำนวนอุปกรณ์ Active Network ภายในอาคาร ลดการใช้พลังงาน และลดค่าใช้จ่ายด้านการบำรุงรักษาระบบในระยะยาว
Optical line terminal หรือ OLT (Optical Line Terminal) คืออุปกรณ์ศูนย์กลางหลักของระบบ Gigabit-capable Passive Optical Network หรือ GPON ที่ทำหน้าที่ควบคุมและกระจายสัญญาณ Fiber Optic ไปยังผู้ใช้งานปลายทางผ่านระบบ FTTx
Optical Network Unit และ Optical Network Terminal คืออุปกรณ์ปลายทางสำคัญของระบบ Gigabit-capable Passive Optical Network หรือ GPON ที่ทำหน้าที่รับสัญญาณ Fiber Optic จาก OLT แล้วแปลงสัญญาณแสงให้กลายเป็น Ethernet, Wi-Fi หรือโทรศัพท์ IP สำหรับใช้งานจริงภายในอาคาร
Gigabit-capable Passive Optical Network และ Fiber to the x คือเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายที่ใช้ใยแก้วนำแสง (Fiber Optic) เป็นสื่อกลางหลักในการรับส่งข้อมูล เพื่อรองรับระบบเครือข่ายความเร็วสูงในอาคารและองค์กรยุคใหม่
Local area network และ Network infrastructure คือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของระบบ IT และระบบดิจิทัลภายในองค์กร โดยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมต่ออุปกรณ์และระบบต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เพื่อให้สามารถรับส่งข้อมูล สื่อสาร และใช้งานบริการดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Network infrastructure ในอดีต ระบบเครือข่ายภายในองค์กรอาจถูกออกแบบมาเพียงเพื่อรองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ต การแชร์ไฟล์ หรือการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ภายในสำนักงานเท่านั้น แต่ในปัจจุบันระบบ Network Infrastructure ได้กลายเป็น โครงสร้างพื้นฐานกลาง ของระบบดิจิทัลทั้งหมดภายในองค์กรระบบเทคโนโลยีสมัยใหม่จำนวนมาก เช่น ระบบกล้องวงจรปิด ระบบโทรศัพท์ ระบบทีวีภายในโรงแรม ระบบเสียงประกาศ ระบบควบคุมอาคาร ระบบ IoT และระบบ Automation ต่างทำงานอยู่บนเครือข่าย IP เดียวกันทั้งหมด ดังนั้นระบบ Network ในยุคใหม่จึงไม่ได้เป็นเพียงระบบสำหรับเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอีกต่อไป แต่กลายเป็นศูนย์กลางที่เชื่อมโยงทุกระบบขององค์กรเข้าด้วยกัน ทั้งด้านการสื่อสาร ความปลอดภัย การบริการลูกค้า และการบริหารจัดการอาคาร
Wireless network Design และ Site Survey คือกระบวนการวางแผน ออกแบบ และตรวจสอบระบบ Wi-Fi อย่างมืออาชีพ เพื่อให้เครือข่ายไร้สายสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมพื้นที่ใช้งาน และรองรับจำนวนผู้ใช้งานได้อย่างเหมาะสมในอดีต หลายองค์กรอาจติดตั้ง Wi-Fi โดยเพียงแค่วาง Access Point ตามจุดต่าง ๆ ภายในอาคาร แต่ในความเป็นจริง ระบบ Wi-Fi ที่ดีจำเป็นต้องอาศัยการออกแบบทางวิศวกรรมเครือข่าย เพราะสัญญาณ Wi-Fi ได้รับผลกระทบจากผนัง กระจก โลหะ เฟอร์นิเจอร์ จำนวนผู้ใช้งาน รวมถึงสัญญาณรบกวนจากอุปกรณ์อื่น ๆ
Data center คือศูนย์กลางของระบบ IT ที่ใช้สำหรับติดตั้ง Server, Storage, Network และระบบประมวลผลต่าง ๆ ขององค์กร โดยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการจัดเก็บข้อมูล ประมวลผล และให้บริการระบบดิจิทัลทั้งหมดผ่านเครือข่ายส่วน Cloud Computing หรือ Cloud Infrastructure คือโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT ที่ให้บริการผ่านอินเทอร์เน็ต เช่น Cloud Server, Cloud Storage, Virtual Machine และ Cloud Platform ต่าง ๆ ซึ่งช่วยให้องค์กรสามารถใช้งานระบบ IT ได้โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้ง Hardware ทั้งหมดภายในองค์กรเอง
Wide area network หรือ WAN (Wide Area Network) คือระบบเครือข่ายที่ใช้เชื่อมต่อระหว่างสถานที่หรือเครือข่ายที่อยู่ห่างไกลกัน เช่น การเชื่อมสำนักงานใหญ่กับสาขา การเชื่อมสำนักงานกับ Data Center หรือการเชื่อมองค์กรเข้ากับระบบ Cloud ผ่านอินเทอร์เน็ต
Network Monitoring หรือ Network Monitoring System คือระบบที่ใช้ตรวจสอบ วิเคราะห์ และติดตามสถานะการทำงานของอุปกรณ์และระบบเครือข่ายภายในองค์กรแบบ Real-Time เพื่อช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถมองเห็นภาพรวมของ Network Infrastructure ทั้งหมดได้จากศูนย์กลาง
Power over Ethernet หรือ PoE (Power over Ethernet) คือเทคโนโลยีที่ช่วยให้สาย LAN เพียงเส้นเดียวสามารถส่งได้ทั้ง ข้อมูลเครือข่าย และ พลังงานไฟฟ้า ไปพร้อมกัน ทำให้อุปกรณ์เครือข่ายสามารถทำงานได้โดยไม่จำเป็นต้องเดินสายไฟแยกเพิ่มเติม
Internet Protocol หรือ IP Address คือหมายเลขประจำตัวของอุปกรณ์ในระบบเครือข่าย ที่ใช้สำหรับระบุตำแหน่งและการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในระบบ Network ไม่ว่าจะเป็น Computer, Smartphone, Server, CCTV, Printer, Wi-Fi Access Point หรืออุปกรณ์ IoT ทุกอุปกรณ์ล้วนต้องมี IP Address เพื่อให้สามารถรับส่งข้อมูลกันได้อย่างถูกต้อง
Captive Portal คือระบบหน้า Login หรือหน้า Welcome Page ที่แสดงขึ้นก่อนผู้ใช้งานจะสามารถเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านระบบ Wi-Fi ได้ โดยเมื่อผู้ใช้งานเชื่อมต่อ Wi-Fi แล้ว ระบบจะ Redirect ไปยังหน้า Portal อัตโนมัติเพื่อให้ทำการ Login ยอมรับเงื่อนไขการใช้งาน หรือกรอกข้อมูลก่อนเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ต
Band Steering คือเทคโนโลยีที่ช่วยบริหารการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ Wi-Fi ระหว่างคลื่นความถี่ 2.4GHz, 5GHz และ 6GHz เพื่อให้ระบบ Wireless Network ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในระบบ Wi-Fi ยุคใหม่ Access Point หนึ่งตัวมักรองรับหลายคลื่นความถี่พร้อมกัน แต่หากไม่มีระบบบริหารจัดการที่ดี อุปกรณ์จำนวนมากอาจเชื่อมต่ออยู่บนคลื่น 2.4GHz มากเกินไป ส่งผลให้เกิดปัญหา Wi-Fi ช้า สัญญาณรบกวนสูง หรือเครือข่ายหน่วงได้ง่าย
Wireless Roaming หรือ Wi-Fi Roaming คือความสามารถของระบบ Wireless Network ที่ช่วยให้อุปกรณ์ของผู้ใช้งาน เช่น Smartphone, Tablet, Notebook หรืออุปกรณ์ IoT สามารถสลับการเชื่อมต่อระหว่าง Wireless Access Point (AP) ได้โดยอัตโนมัติ ขณะผู้ใช้งานเคลื่อนที่ภายในพื้นที่ต่าง ๆ โดยที่สัญญาณ Wi-Fi ไม่หลุดหรือสะดุด
Wireless LAN Controller หรือ Wi-Fi Controller คือระบบบริหารจัดการเครือข่าย Wi-Fi จากศูนย์กลาง ที่ช่วยควบคุม ดูแล และตั้งค่า Wireless Access Point (AP) จำนวนมากให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้นโยบายเดียวกันทั้งองค์กรในอดีต หากองค์กรมี Access Point หลายตัว ผู้ดูแลระบบจำเป็นต้องเข้าไปตั้งค่าแต่ละตัวแยกกัน เช่น การตั้งชื่อ Wi-Fi (SSID), รหัสผ่าน, VLAN, Channel หรือ Security Policy ทำให้การบริหารจัดการมีความซับซ้อน ใช้เวลามาก และเกิดความผิดพลาดได้ง่าย โดยเฉพาะในองค์กรที่มีหลายชั้น หลายอาคาร หรือหลายสาขา
Network Security คือระบบหรือกระบวนการที่ใช้ป้องกัน ควบคุม และรักษาความปลอดภัยของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ รวมถึงข้อมูลที่รับส่งผ่านระบบเครือข่าย เพื่อป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ การเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต การโจมตีจาก Hacker, Malware, Ransomware และการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญขององค์กร
Optical Fiber หรือ Fiber Optic Network คือระบบสื่อสารข้อมูลผ่านใยแก้วนำแสง (Fiber-optic Communication) ที่ใช้ แสง เป็นตัวกลางในการรับส่งข้อมูล แทนการใช้สัญญาณไฟฟ้าแบบสายทองแดงทั่วไป ทำให้สามารถส่งข้อมูลได้ด้วยความเร็วสูง ระยะทางไกล และมีความเสถียรมากกว่า
Structured Cabling หรือ Structured Cabling System คือ "ระบบโครงสร้างพื้นฐานระบบสายสัญญาณ" ที่ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการสายเคเบิลทั้งหมดภายในอาคารหรือองค์กรอย่างเป็นระบบและได้มาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นระบบ Data Network, Internet, Wi-Fi, Voice, CCTV, IPTV, Access Control หรือระบบสื่อสารดิจิทัลต่าง ๆ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ระบบเครือข่ายสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความเสถียร รองรับการขยายระบบในอนาคต และง่ายต่อการดูแลรักษา
ในระบบ Network Infrastructure ยุคใหม่ หลายคนมักเข้าใจว่า Router และ Firewall คืออุปกรณ์ชนิดเดียวกัน เพราะทั้งสองมักถูกติดตั้งอยู่บริเวณ Internet Gateway ขององค์กร และในบางกรณียังถูกรวมฟังก์ชันไว้ในอุปกรณ์เดียวกันอีกด้วย แต่ในความเป็นจริงแล้ว Router และ Firewall มีหน้าที่หลักที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน แม้ว่าจะทำงานร่วมกันภายในระบบเครือข่ายเดียวกันก็ตาม
Firewall คือระบบรักษาความปลอดภัยของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Network Security System) ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ ควบคุม และกรองการรับส่งข้อมูลระหว่างเครือข่ายภายในองค์กรกับเครือข่ายภายนอก เช่น อินเทอร์เน็ต โดย Firewall จะทำหน้าที่เปรียบเสมือน กำแพงป้องกัน ของระบบเครือข่าย ที่ช่วยป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ การเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงการโจมตีจาก Hacker, Malware และ Ransomware