บทความทั้งหมด

หาก กสทช. นำย่านความถี่ C-Band ไปประมูลเพื่อใช้กับ 5G ในปี 2572 จะเป็นการเปลี่ยนโครงสร้างการสื่อสารของประเทศที่ส่งผลต่อทั้งระบบดาวเทียม บริการสาธารณะ และภาคธุรกิจ การเปลี่ยนผ่านนี้จึงต้องอาศัยนโยบายที่ชัดเจน การสื่อสารกับประชาชน และการปรับตัวเชิงกลยุทธ์ของภาคธุรกิจ เพื่อให้การใช้คลื่นร่วมกันเกิดขึ้นอย่างราบรื่นและยั่งยืนในระยะยาว

การนำ C-Band ไปใช้กับ 5G เป็นการเปลี่ยนโครงสร้างการสื่อสารของประเทศที่ส่งผลต่อทั้งระบบดาวเทียม บริการสาธารณะ และภาคธุรกิจ จึงจำเป็นต้องมีการวางแผนเชิงนโยบายและการปรับตัวของทุกภาคส่วน เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเกิดขึ้นอย่างราบรื่นและยั่งยืน

Non-Terrestrial Networks (NTN) ในยุค 5G และ 6G ได้ยกระดับเครือข่ายสื่อสารสู่สถาปัตยกรรมสามมิติที่ผสานโครงข่ายภาคพื้นดินกับดาวเทียมและแพลตฟอร์มลอยฟ้า แม้ช่วยขยายพื้นที่บริการและเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบ แต่ก็ต้องอาศัยการวางแผนและบริหารจัดการเครือข่ายอย่างรอบคอบเพื่อให้การทำงานร่วมกันเป็นไปอย่างยั่งยืน

การนำย่านความถี่ C-Band ไปใช้กับเครือข่าย 5G ส่งผลกระทบต่อระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมที่เคยพึ่งพาคลื่นย่านนี้เป็นหลัก ทั้งในด้านความเสี่ยงต่อการรบกวนสัญญาณ ความเสถียรของบริการ และต้นทุนในการปรับโครงสร้างพื้นฐาน จึงจำเป็นต้องมีการวางแผนและบริหารจัดการคลื่นความถี่อย่างรอบคอบ เพื่อให้ระบบดาวเทียมและเครือข่ายภาคพื้นดินสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน

C-Band ถูกเลือกเป็นย่านความถี่หลักของเครือข่าย 5G ในหลายประเทศ เนื่องจากให้สมดุลที่ดีที่สุดระหว่างความเร็ว ความครอบคลุม และต้นทุนโครงสร้างพื้นฐาน การเปลี่ยนบทบาทจากย่านดาวเทียมสู่โครงข่ายดิจิทัลภาคพื้นดิน สะท้อนการปรับตัวของโครงสร้างพื้นฐานการสื่อสารโลก และทำให้ C-Band กลายเป็นทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ที่ต้องบริหารจัดการอย่างรอบคอบในระยะยาวเผยแพร่: 12 ม.ค. 2569 โดย: รุ่งเรือง หวนระลึก

C-Band เป็นย่านความถี่ดาวเทียมที่โดดเด่นด้านความเสถียรและความทนทานต่อฝน จึงถูกใช้งานอย่างแพร่หลายในระบบกระจายสัญญาณโทรทัศน์และโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารมาอย่างยาวนาน ในอนาคต C-Band กำลังมีบทบาทเพิ่มขึ้นในฐานะคลื่นความถี่สำคัญของเครือข่าย 5G Mid-Band ซึ่งสร้างทั้งโอกาสใหม่และความท้าทายด้านการบริหารจัดการคลื่นความถี่ เพื่อให้การใช้งานดาวเทียมและเครือข่ายภาคพื้นดินสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ย่านความถี่ดาวเทียมเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดความเสถียร ความเร็ว และคุณภาพของการสื่อสารผ่านดาวเทียม โดย C-Band เด่นด้านความทนทานต่อฝน Ku-Band ติดตั้งง่าย ใช้งานแพร่หลาย และ Ka-Band รองรับอินเทอร์เน็ตดาวเทียมความเร็วสูง การเลือกย่านความถี่ที่เหมาะสมจึงมีผลโดยตรงต่ประสิทธิภาพระบบและความคุ้มค่าในการลงทุนระยะยาว

ระบบทีวีรวมศูนย์แบบ IPTV สำหรับธุรกิจบริการ LG Pro:Centric Solutions คืออะไร?LG Pro:Centric Solutions คือแพลตฟอร์ม Hospitality TV จาก LG ที่ทำให้ทีวีในห้องพักกลายเป็นศูนย์กลางการสื่อสารของโรงแรม รองรับ Welcome Message แบบ Personalize การจัดการ UI/UX การเชื่อมต่อ PMS/HMS และ บริการภายในห้อง โดยมีให้เลือกทั้ง Pro:Centric V

LG Pro:Centric Solution และ LG Quick Menu คืออะไร? ยกระดับ Hospitality TV อย่างไร? LG Quick Menu คือเมนูพื้นฐานบน LG Hospitality TV สำหรับการใช้งานแบบ Standalone ในโรงแรม ส่วน LG Pro:Centric Solution คือการยกระดับจากเมนูทีวีไปสู่แพลตฟอร์มการบริการ ช่วยให้ทีวีสามารถแสดง Welcome Screen บริการโรงแรม ภาพลักษณ์แบรนด์ และเชื่อมต่อระบบส่วนกลาง

วิธีดูว่า LG รุ่นใดเป็น Hospitality TV (Hotel TV)? สามารถตรวจสอบได้จากชื่อรุ่นที่มักลงท้ายด้วยตัวอักษร H (เช่น US660H, UR761H) การรองรับ LG Pro:Centric, การมี Hotel Mode / Installer Menu และการถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Commercial / Hospitality TV หากไม่มีคุณสมบัติเหล่านี้ ให้ถือว่าเป็น Consumer TV แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะคล้ายกันก็ตาม

LG Hospitality TV หรือ LG Hotel TV มีความพิเศษกว่าแบรนด์อื่นอย่างไร?LG Hospitality TV ถูกออกแบบมาเพื่อธุรกิจบริการโดยเฉพาะ ด้วยความทนทานระดับเชิงพาณิชย์ เช่น Conformal Coating ป้องกันความชื้นและไอเกลือ รองรับ Hotel Mode การรีเซ็ตข้อมูลผู้เข้าพัก การแสดง Welcome/Branding และการทำงานร่วมกับ LG Pro:Centric

Hospitality TV หรือ Hotel TV มีความพิเศษอย่างไร?Hospitality TV หรือ Hotel TV คือทีวีที่ออกแบบมาเพื่อธุรกิจ บริการโดยเฉพาะ รองรับ Hotel Mode การรีเซ็ตผู้ใช้งานเพื่อความเป็นส่วนตัว การแสดง Welcome และ Branding รวมถึงการบริหารจัดการจากศูนย์กลาง ช่วยยกระดับมาตรฐาน การให้บริการและความเป็นมืออาชีพขององค์กร

การนำ Consumer TV มาใช้แทน Commercial TV มีผลกระทบอะไรไหม?แม้ Consumer TV จะใช้งานได้ในระยะสั้น แต่ไม่เหมาะกับธุรกิจบริการ เนื่องจากมีความเสี่ยงด้านข้อมูลส่วนบุคคล การไม่รองรับการควบคุมจากศูนย์กลางปัญหาด้านจริยธรรมการให้บริการ และไม่ครอบคลุมการรับประกันเชิงพาณิชย์ซึ่งอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์และต้นทุนระยะยาวขององค์กร

Consumer TV vs Commercial TV ต่างกันอย่างไร?Consumer TV เหมาะสำหรับการใช้งานภายในบ้าน เน้นความบันเทิงและการใช้งานส่วนบุคคล ในขณะที่ Commercial TV ออกแบบมาสำหรับธุรกิจและองค์กร รองรับการใช้งานต่อเนื่อง มีความทนทานสูง ควบคุมจากศูนย์กลางได้ และได้รับการรับประกันสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์โดยตรง

Commercial TV / Hospitality TV / Hotel TV คืออะไร?Commercial TV คือทีวีสำหรับงานธุรกิจและองค์กร ออกแบบให้ทนทาน ใช้งานต่อเนื่อง และควบคุมจากระบบส่วนกลางได้Hospitality TV หรือ Hotel TV คือ Commercial TV ที่พัฒนามาเฉพาะสำหรับโรงแรมและธุรกิจบริการ รองรับ Hotel Mode และการแสดงผลที่ปรับแต่งได้เพื่อประสบการณ์ผู้เข้าพัก

ในยุคที่การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไร้สายกลายเป็นส่วนสำคัญของการดำเนินชีวิตประจำวัน สิ่งที่ตามมาคือ ความปลอดภัยของเครือข่าย ซึ่งไม่อาจมองข้ามได้ การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลทางธุรกิจ ตลอดจนการลดความเสี่ยงจากการสอดส่องและการโจมตีทางไซเบอร์ ถือเป็นเรื่องที่ครัวเรือน สำนักงาน และองค์กรทุกระดับต้องให้ความสำคัญ มาตรฐานความปลอดภัยของ Wi-Fi จึงถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดเวลากว่าสองทศวรรษ โดยมี Wi-Fi Alliance เป็นองค์กรหลักในการกำหนด กำกับดูแล และรับรองมาตรฐานความปลอดภัยเหล่านี้ บทความนี้จะพาคุณย้อนดูวิวัฒนาการของมาตรฐานความปลอดภัย Wi-Fi ตั้งแต่จุดเริ่มต้น จนถึงมาตรฐานล่าสุดที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

หากคุณเป็นเจ้าของกิจการ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร โรงแรม หรือสำนักงาน การมี เครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เสถียร คือหัวใจสำคัญในการทำงาน ตั้งแต่ กล้องวงจรปิด (CCTV), Wi-Fi ลูกค้า, ไปจนถึง ระบบจัดการหลังบ้าน อุปกรณ์ที่ช่วยให้ทุกอย่างเชื่อมต่อกันได้อย่างราบรื่น คือ Network Switching Hub หรือที่เรียกว่า Network Switch บทความนี้จะอธิบาย 4 ประเภทหลักของ Network Switch ให้เข้าใจง่าย ๆ แม้ไม่มีพื้นฐานด้านเทคนิค

หลังจากเทคโนโลยีดาวเทียมก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในระบบการสื่อสาร ดาวเทียมก็ได้กลายมาเป็นส่วนสำคัญในการกระจายสัญญาณโทรทัศน์ โทรคมนาคม และอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม หนึ่งในสิ่งที่สำคัญไม่น้อยก็คือการเลือกใช้ย่านความถี่ที่เหมาะสม สองย่านที่ถูกนำมาใช้งานโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมอย่างแพร่หลายคือ C-band และ Ku-band โดยแต่ละย่านก็มีคุณสมบัติและข้อจำกัดที่แตกต่างกันไปตามลักษณะการใช้งาน ดังนี้

โทรทัศน์ผ่านดาวเทียม (Satellite Television) คือ ระบบการกระจายสัญญาณโทรทัศน์ที่ส่งสัญญาณภาพและเสียงจากสถานีภาคพื้นดิน (Uplink) ขึ้นไปยังดาวเทียมสื่อสารในอวกาศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายขอบเขตการกระจายสัญญาณให้ครอบคลุมพื้นที่กว้าง จากนั้นดาวเทียมจะส่งสัญญาณกลับลงสู่พื้นโลก (Downlink) ทำให้ผู้ชมสามารถรับสัญญาณโทรทัศน์ได้โดยติดตั้งจานรับสัญญาณดาวเทียมซึ่งต้องปรับทิศทางให้ตรงกับดาวเทียมเป้าหมาย จากนั้นเชื่อมต่อกับกล่องรับสัญญาณดาวเทียม (Set-top Box Satellite Receiver) เพื่อถ่ายทอดสัญญาณเข้าสู่โทรทัศน์ ผู้ชมจึงสามารถรับชมรายการโทรทัศน์ได้จากทุกพื้นที่ที่อยู่ในบริเวณที่สัญญาณดาวเทียมครอบคลุม

ดาวเทียม (Satellite) สามารถโคจรรอบโลกได้หลายระดับ ขึ้นอยู่กับ ภารกิจ ตั้งแต่ เพื่อการสื่อสาร การสำรวจ การพยากรณ์อากาศ การนำทางและพิกัดตำแหน่ง การทหารและความมั่นคง งานวิทยาศาสตร์และวิจัยอวกาศ  ฯลฯ โดยวงโคจรดาวเทียมจะแบ่งตาม ระดับความสูงเหนือพื้นโลก และ ลักษณะการเคลื่อนที่ เราสามารถแบ่งวงโคจรดาวเทียมได้ 4 วงโคจรดังนี้: 

 ดาวเทียม (Satellite) คือวัตถุที่มนุษย์ส่งขึ้นไปโคจรรอบโลก (หรือดวงจันทร์, ดาวอังคาร ฯลฯ) ดาวเทียมไม่ได้เป็นเพียงแค่สิ่งประดิษฐ์ที่ลอยอยู่ในอวกาศ แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้มนุษย์พัฒนาเทคโนโลยี ค้นคว้าความรู้ และสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้แก่โลกของเราในแทบทุกด้าน  เป็นสิ่งประดิษฐ์อันชาญฉลาดของมนุษยชาติที่ถูกส่งขึ้นไปโคจรรอบโลก ทำหน้าที่เป็นดวงตาและหูในอวกาศ ทำให้เราสามารถสื่อสาร ติดต่อ สำรวจ และวิจัยสิ่งต่างๆ ได้อย่างกว้างขวาง การใช้งานดาวเทียมแบ่งได้หลากหลายประเภทตามภารกิจสำคัญ ดังนี้:

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เทคโนโลยีจรวดได้พัฒนาอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในช่วงสงครามเย็น ระหว่างสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียต ในปี ค.ศ. 1957 สหภาพโซเวียตประสบความสำเร็จในการส่งดาวเทียมดวงแรกของโลกที่มีชื่อว่า Sputnik 1 ขึ้นสู่วงโคจรต่ำของโลก (Low Earth Orbit, LEO) ดาวเทียม Sputnik 1 เป็นเพียงดาวเทียมที่ส่งสัญญาณวิทยุธรรมดา (Beep Beep) เพื่อแสดงศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์และการทหาร แม้ว่า Sputnik1 จะไม่ได้เป็นดาวเทียมสื่อสาร แต่เหตุการณ์นี้ได้จุดประกายให้เกิดการพัฒนาของอุตสาหกรรมดาวเทียมในเวลาต่อมา

เมื่อเราขว้างหรือโยนวัตถุขึ้นไปในอากาศ วัตถุจะเคลื่อนที่ขึ้นไปจนถึง จุดสูงสุด ซึ่งเป็นจุดที่ ความเร็วในแนวตั้งเป็นศูนย์ จากนั้นแรงโน้มถ่วงของโลกจะดึงวัตถุให้ตกกลับลงมา เป็นหลักฟิสิกส์เกี่ยวกับการเคลื่อนที่แบบโปรเจกไทล์และแรงโน้มถ่วงของโลกที่ดึงวัตถุกลับลงมาหลังจากที่ความเร็วในแนวตั้งเป็นศูนย์ 

ไอพีทีวีผ่านอินเทอร์เน็ต (OTT IPTV) ออกแบบมาสำหรับบ้านพักอาศัยหรือผู้ใช้ทั่วไป ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตแบบบอกรับสมาชิกเป็นผู้ส่งช่องรายการทีวีเพื่อให้บริการผ่านอินเทอร์เน็ตสาธารณะ คุณภาพของสัญญาณขึ้นอยู่กับความเร็วอินเตอร์เน็ตและการบริหารจัดการแบนด์วิดธ์แต่ละช่องรายการให้เหมาะสมกับปริมาณผู้รับชม

ปัจจุบัน ระบบทีวีรวมในโรงแรม รีสอร์ท และโรงพยาบาล กำลังเปลี่ยนจากระบบ MATV หรือ SMATV แบบเดิม มาเป็นระบบ IPTV ในลักษณะระบบไอพีทีวีภายในองค์กร (Private IPTV) ซึ่งมักเรียกกันว่า Hotel IPTV, Hospitality IPTV อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจกังวลว่าหากเปลี่ยนมาใช้ระบบ IPTV แล้ว ระบบจะมีปัญหาเมื่ออินเทอร์เน็ตล่มหรือไม่ ในความเป็นจริง ระบบ IPTV ที่ใช้ในโรงแรม รีสอร์ท และโรงพยาบาล จะมีอุปกรณ์และระบบเครือข่ายภายในเป็นของตนเอง ทำให้ระบบยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ แม้อินเทอร์เน็ตภายนอกจะขัดข้อง ยกเว้นเฉพาะบริการสตรีมมิ่งที่ต้องใช้อินเทอร์เน็ตเท่านั้น เช่นเดียวกับสมาร์ททีวีทั่วไปที่ไม่สามารถใช้งานได้เช่นกันเมื่อไม่มีอินเทอร์เน็ต

ในยุคที่พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป การรับชมช่องรายการทีวีน้อยลง ระบบทีวีรวมศูนย์แบบดั้งเดิมที่กระจายสัญญาณผ่านสายโคแอกเซียลจึงถูกพัฒนาเป็นระบบไอพีทีวี (IPTV : Internet Protocol Television) การส่งกระจายสัญญาณภาพและเสียง (Video) ผ่านอินเทอร์เน็ทในรูปแบบ ระบบโอทีทีไอพีทีวี (OTT IPTV) ทำให้สามารถรับชมรายการทีวีได้หลายช่องทาง เช่น ทีวี สมาร์ทโฟท แท๊ปเล็ท คอมพิวเตอร์ เป็นต้น ในภาคบริการ เช่น โรงแรมรีสอร์ท โรงพยาบาล ระบบไพรเวทไอพีทีวี (Private IPTV) ทำให้แขกที่เข้าพักหรือผู้ใช้บริการรับชมรายการทีวีพร้อมกับการออกแบบธีมให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของธุรกิจ สามารถประชาสัมพันธ์บนหน้าจอทีวี และโต้ตอบระหว่างผู้ให้บริการกับผู้ใช้บริการ เช่น การสั่งอาหาร เรียกแม่บ้าน การแจ้งค่าใช้จ่าย การเพิ่มเนื้อหารูปภาพหรือคลิปวีดีโอเพื่อแนะนำสินค้าหรือบริการ รวมถึงการเชื่อมต่อกับระบบอื่นๆ ในองค์กร เช่น PMS หรือ HIS เพื่อเก็บข้อมูลลูกค้าในการทำระบบ CRM เป็นต้น

ระบบทีวีรวมศูนย์แบบ CATV (Community Antenna Television) คือ ระบบทีวีรวมศูนย์ที่ที่มีการรับสัญญาณทีวีจากหลายแหล่ง เช่น เสาอากาศภาคพื้นดิน จานดาวเทียม รวมถึงรายการที่ผลิตเอง แล้วนำสัญญาณที่ได้ทั้งหมดมาแปลงให้อยู่ในรูปแบบเดียวกัน ระบบทีวีรวมศูนย์แบบ CATV มีการกระจายโครงข่ายเป็นวงกว้างตั้งแต่ระดับหมู่บ้านจนถึงระดับประเทศ

ระบบทีวีรวมศูนย์แบบ SMATV (Satellite Master Antenna Television) คือ ระบบทีวีรวมศูนย์ที่รับสัญญาณทีวีจากเสาอากาศภาคพื้นดิน และ รับสัญญาณจากจานดาวเทียมแล้วนำสัญญาณที่ได้มาแปลงให้อยู่ในรูปแบบเดียวกับเสาอากาศ นำสัญญาณทั้งสองมารวมกัน และส่งกระจายไปยังโทรทัศน์หลายจุดภายในอาคารอย่างทั่วถึง เหมาะสำหรับการใช้งานในอาคารชุด โรงแรม รีสอร์ท คอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์ แฟลต หอพัก หรืออาคารสำนักงาน ที่ต้องการให้บริการช่องรายการทีวีพื้นฐานแก่ผู้พักอาศัยหรือผู้ใช้งาน โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ทุกจุดรับชมภายในอาคารได้รับภาพและเสียงที่คมชัดเท่าเทียมกัน บทความนี้จะอธิบายเฉพาะในส่วนการรับสัญญาณจากจานดาวเทียมเท่านั้น ในส่วนการรับสัญญาณทีวีจากเสาอากาศภาคพื้นดิน ท่านสามารถศึกษารายละเอียดจากบทความระบบทีวีรวมศูนย์แบบ MATV

ในการออกแบบระบบทีวีรวมศูนย์แบบ MATV (Master Antenna Television) จำเป็นต้องเข้าใจว่าปัจจุบันช่วงความถี่บางส่วนที่เคยใช้สำหรับการกระจายสัญญาณทีวี ถูกนำไปใช้งานในระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ LTE/4G/5G การเลือกใช้อุปกรณ์ เช่น เสาอากาศรับสัญญาณและอุปกรณ์ขยายสัญญาณ ควรเลือกแบบที่สามารถกรองคลื่นความถี่ LTE/4G/5G ได้ เพื่อลดสัญญาณรบกวน โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองหรือดาดฟ้าอาคารที่อยู่ใกล้เสาสัญญาณโทรศัพท์

ระบบทีวีรวมศูนย์แบบ MATV คือ กระบวนการรับสัญญาณทีวีภายในอาคารจากเสาอากาศภาคพื้นดินเพียงชุดเดียว แล้วนำสัญญาณที่ได้รับมากระจายไปยังโทรทัศน์หลายจุดภายในอาคารอย่างทั่วถึง เหมาะสำหรับการใช้งานในอาคารชุด โรงแรม รีสอร์ท คอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์ แฟลต หอพัก หรืออาคารสำนักงาน ที่ต้องการให้บริการช่องรายการทีวีพื้นฐานแก่ผู้พักอาศัยหรือผู้ใช้งาน โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ทุกจุดรับชมภายในอาคารได้รับภาพและเสียงที่คมชัดเท่าเทียมกัน

ระบบทีวีรวมศูนย์ (Centralized TV System) คือ กระบวนการรับสัญญาณภาพและเสียง (Video) จากแหล่งต่างๆ เช่น เสาอากาศภาคพื้นดิน จานดาวเทียม เครื่องรับดาวเทียม คอมพิวเตอร์ เครื่องเล่นวิดีโอ หรือการผลิตรายการสด แล้วนำสัญญาณทั้งหมดมาแปลงให้อยู่ในรูปแบบเดียวกัน พร้อมจัดเรียงช่องสัญญาณเพื่อป้องกันการทับซ้อน ทำให้ได้สัญญาณทีวีเพียงชุดเดียวที่สามารถนำไปส่งกระจายสัญญาณต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จะการปรับเปลี่ยนระบบทีวีรวมศูนย์จากระบบทีวีอนาล็อกแบบเก่าไปเป็นระบบทีวีดิจิทัลแบบใหม่ยากไหม? ต้องทำอย่างไรบ้าง?

คุณรู้หรือไม่ว่าเคล็ดลับการออกแบบระบบทีวีรวมศูนย์ MATV SMATV รวมถึงระบบ Hotel IPTV ในโรงแรม โรงพยาบาล คอนโด อพาร์ทเมนท์ ที่ราคาถูกสุด ประสิทธิภาพสูงสุด ดูแลง่ายที่สุด และกินไฟน้อยที่สุด มีอยู่จริง และสามารถรับสัญญาณทีวีไทยพื้นฐานได้ถึง +20 ช่อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้