เผยแพร่: 13 ม.ค. 2569 โดย: รุ่งเรือง หวนระลึก
หาก กสทช. นำคลื่น C-Band ไปประมูลเพื่อใช้กับ 5G ในปี 2572 ประเทศไทยควรเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?
เมื่อคลื่นความถี่คือทรัพยากรยุทธศาสตร์ของประเทศ
ในยุคที่ 5G กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของเศรษฐกิจดิจิทัล คลื่นความถี่ไม่ใช่เพียงทรัพยากรทางเทคนิค แต่คือ ทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ ที่กำหนดทิศทางการแข่งขันของประเทศ หนึ่งในประเด็นสำคัญที่หลายฝ่ายจับตามอง คือแนวโน้มที่ กสทช. อาจนำย่านความถี่ C-Band ไปจัดสรรเพื่อรองรับเครือข่าย 5G ในช่วงปี 2572 ซึ่งแม้ยังไม่ใช่มติขั้นสุดท้าย แต่สะท้อนทิศทางเดียวกับหลายประเทศทั่วโลก
การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ได้กระทบเฉพาะผู้ให้บริการโทรคมนาคม หากยังเชื่อมโยงถึง ระบบดาวเทียม การกระจายเสียง และบริการสาธารณะ ที่ประชาชนและภาคธุรกิจพึ่งพาอยู่ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “จะใช้ C-Band กับ 5G ได้หรือไม่” แต่คือ ทุกภาคส่วนควรเตรียมรับมืออย่างไร เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างนี้เกิดขึ้นอย่างราบรื่นและยั่งยืน
C-Band คืออะไร และทำไมจึงเหมาะกับ 5G
โดยทั่วไป C-Band ในงานดาวเทียมอยู่ในช่วง Downlink 3.7–4.2 GHz และ Uplink 5.925–6.425 GHz ขณะที่ในบริบทของโทรคมนาคม 5G หลายประเทศนำช่วงใกล้เคียงกัน โดยเฉพาะ 3.3–4.2 GHz มาใช้เป็น Mid-Band 5G เพราะให้สมดุลที่ดีที่สุดระหว่าง
จึงไม่น่าแปลกที่ C-Band ถูกมองว่าเป็น “Sweet Spot” ของ 5G ระหว่างย่านความถี่ต่ำที่ครอบคลุมดีแต่ความเร็วจำกัด กับย่านความถี่สูงมากที่เร็วมากแต่ครอบคลุมพื้นที่จำกัด
ทำไม กสทช. อาจนำ C-Band ไปประมูลในปี 2572
เหตุผลสำคัญไม่ได้อยู่ที่รายได้จากการประมูลเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการ เตรียมคลื่นคุณภาพสำหรับเศรษฐกิจดิจิทัลในระยะยาว โดยเฉพาะ ทั้งการให้บริการสมาร์ทโฟนในประเทศ, การขยาย Smart City และ Industry 4.0, การรองรับ IoT จำนวนมหาศาล รวมถึงการพัฒนา บริการดิจิทัลภาครัฐ และ สาธารณสุขทางไกล การนำ C-Band ไปใช้กับ 5G จึงเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ Spectrum Re-farming ที่หลายประเทศดำเนินการ เพื่อให้ทรัพยากรคลื่นความถี่ถูกใช้อย่างคุ้มค่าและสอดคล้องกับบริบทเทคโนโลยีปัจจุบัน
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีใครเกี่ยวข้องบ้าง
ผลกระทบต่อระบบดาวเทียมและการกระจายเสียง
การใช้ C-Band ร่วมกันระหว่าง 5G และดาวเทียมก่อให้เกิดความท้าทายด้าน การรบกวนสัญญาณ (Interference), ต้นทุนการย้ายระบบ (Migration Cost) รวมถึงความมั่นคงของโครงข่ายสื่อสารสำรอง และหลายประเทศจึงต้องใช้มาตรการ เช่น กำหนด Guard Band, จำกัดกำลังส่งใกล้สถานีรับสัญญาณดาวเทียม สนับสนุนงบประมาณย้ายระบบไปยัง Ku-Band / Ka-Band / IP-based Distribution หากมีการนำ C-Band ไปใช้กับ 5G ในปี 2572 ภาครัฐจะมีการดำเนินการอย่างเป็นระบบ ได้แก่ จัดทำ แผนเปลี่ยนผ่าน (Transition Plan) อย่างเป็นทางการ เช่น การกำหนด มาตรการ Coexistence ระหว่าง 5G และดาวเทียม การวาง มาตรการเยียวยาผู้ใช้งานที่รับสัญญาณโทรทัศน์จากดาวเทียมเดิมโดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลที่มผลกระทบต่อระบบดาวเทียมและการกระจายเสียงโดยตรง
การใช้ C-Band ร่วมกันระหว่าง 5G และดาวเทียมก่อให้เกิดความท้าทายด้าน การรบกวนสัญญาณ (Interference) ต้นทุนการย้ายระบบ (Migration Cost) ความมั่นคงของโครงข่ายสื่อสารสำรอง หลายประเทศจึงต้องใช้มาตรการ เช่น การกำหนด Guard Band การจำกัดกำลังส่งใกล้สถานีรับสัญญาณดาวเทียม การสนับสนุนงบประมาณย้ายระบบไปยัง Ku-Band / Ka-Band / IP-based Distribution
ด้านภาคประชาชนประชาชนมีหน้าที่ติดตามการกำหนดนโยบายจาก กสทช. และหน่วยงานรัฐ เพื่อเตรียมทางเลือกการรับชม เช่น รับจากจาน Ku-Band, รับจากดิจิทัลทีวีภาคพื้นดิน หรือการรับผ่านอินเตอร์เน็ตด้วย IPTV / OTT โดยมีการวางแผนปรับอุปกรณ์ล่วงหน้า เพื่อลดผลกระทบต่อการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร
ธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท โรงพยาบาล คอนโด อพาร์ตเมนต์ หอพัก ควรปรับตัวแบบไหน?
แนวโน้มหลังปี 2572
ในระยะยาว C-Band จะไม่ใช่เพียง “ย่านของดาวเทียม” หรือ “ย่านของ 5G” อีกต่อไป แต่จะเป็น พื้นที่ร่วมของเทคโนโลยีสื่อสารหลายรูปแบบ ตั้งแต่ เครือข่ายมือถือ ระบบ IoT ระดับประเทศ รวมถึงโครงข่ายสื่อสารสำรองเพื่อความมั่นคง ความท้าทายสำคัญจึงอยู่ที่ การบริหารคลื่นความถี่อย่างสมดุล เพื่อให้ทั้งระบบภาคพื้นดินและอวกาศอยู่ร่วมกันได้โดยไม่ลดทอนคุณภาพบริการ
บทสรุป
หาก กสทช. นำ ย่านความถี่ C-Band ไปประมูลเพื่อใช้กับ 5G ในปี 2572 นี่จะไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี แต่คือ การเปลี่ยนโครงสร้างของระบบสื่อสารทั้งประเทศ ที่ต้องอาศัยนโยบายรัฐที่ชัดเจน การรับรู้ของประชาชน และกลยุทธ์การปรับตัวของภาคธุรกิจบริการ หากทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้จะไม่ใช่วิกฤต แต่จะกลายเป็น โอกาสในการยกระดับคุณภาพบริการและความยั่งยืนของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศในระยะยาว
ผลกระทบต่อระบบดาวเทียมและการกระจายเสียง การใช้ C-Band ร่วมกันระหว่าง 5G และดาวเทียมก่อให้เกิดความท้าทายด้าน การรบกวนสัญญาณ (Interference) ต้นทุนการย้ายระบบ (Migration Cost) ความมั่นคงของโครงข่ายสื่อสารสำรอง หลายประเทศจึงต้องใช้มาตรการ เช่น กำหนด Guard Band จำกัดกำลังส่งใกล้สถานีรับสัญญาณดาวเทียม สนับสนุนงบประมาณย้ายระบบไปยัง Ku-Band / Ka-Band / IP-based Distribution
เอกสารอ้างอิง